WeChat ID :
หลายคนคิดว่า
“พอมีคนตกลงซื้อ = ขายบ้านสำเร็จแล้ว”
แต่ในความเป็นจริง
คือช่วงที่มีความเสี่ยงมากที่สุดของการขายบ้าน
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ
วิธีเจรจาไม่ให้ถูกกดราคา
สิ่งที่ต้องตกลงให้ชัดก่อนวันโอน
และวิธีปิดการขายอย่างปลอดภัย ได้เงินครบ จบจริง
ผู้ซื้อส่วนใหญ่มัก “เผื่อการต่อรอง” ไว้เสมอ
หากเจ้าของบ้านไม่เตรียมตัว อาจเสียราคามากกว่าที่ควร
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเจรจา
ต้องรู้ ราคาตลาดจริง ของบ้านตัวเอง
แยกให้ออกว่า “ข้อเสนอจริง” หรือ “ลองเชิง”
อย่าต่อรองด้วยอารมณ์ แต่ใช้ข้อมูลเป็นหลัก
บ้านที่ตั้งราคาสมเหตุสมผลตั้งแต่ต้น
จะมีอำนาจต่อรองมากกว่าบ้านที่ตั้งราคาเผื่อไว้สูงเกินจริง
[ตั้งราคาขายบ้านอย่างไรไม่โดนกดราคา] (บทที่ 1)
ก่อนถึงวันโอน จะมีขั้นตอนสำคัญคือ
เงินจอง / เงินทำสัญญาจะซื้อจะขาย
สิ่งที่ควรตกลงให้ชัด ได้แก่
ระยะเวลาทำสัญญา
กรณีผู้ซื้อกู้ไม่ผ่าน ใครรับความเสี่ยง
วันที่คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ์
เอกสารทุกฉบับควรเป็นลายลักษณ์อักษร
เพื่อลดปัญหาข้อพิพาทในภายหลัง
วันโอนคือวันที่
กรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือ
เงินก้อนสุดท้ายถูกจ่าย
ภาระทุกอย่างถูกปิดจบ
เจ้าของบ้านควรเตรียม
เอกสารให้ครบ
เช็กค่าใช้จ่าย ภาษี และค่าธรรมเนียมล่วงหน้า
ตรวจสอบชื่อในเอกสารทุกฉบับก่อนเซ็น
👉 รายละเอียดครบ อ่านต่อได้ที่
[เช็กลิสต์วันโอนบ้านและที่ดิน ต้องเตรียมอะไรบ้าง] (บทที่ 3)
ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่
ตกลงค่าใช้จ่ายไม่ชัดเจน
ผู้ซื้อเปลี่ยนเงื่อนไขในนาทีสุดท้าย
ไม่เข้าใจขั้นตอนของสำนักงานที่ดิน
หลายกรณี “ขายได้ แต่ไม่จบ”
เพราะขาดผู้ดูแลในช่วงสุดท้ายของดีล
เจ้าของบ้านจำนวนมาก
เลือกใช้บริการนายหน้าในช่วงท้าย
ไม่ใช่เพราะขายเองไม่ได้
แต่เพื่อ ลดความเสี่ยงและปิดดีลให้เรียบร้อย
ผู้เชี่ยวชาญช่วย
เจรจาแทนอย่างเป็นกลาง
คุมเงื่อนไขสัญญา
ประสานงานธนาคารและสำนักงานที่ดิน
ดูแลจนเงินเข้าครบจริง
👉 อ่านภาพรวมการตัดสินใจได้ที่
[ขายบ้านเอง vs ฝากขายกับนายหน้า แบบไหนเหมาะกับคุณ] (บทที่ 2)
การขายบ้านให้ได้ราคาดี
ไม่ได้จบแค่มีคนมาซื้อ
แต่ต้อง
เจรจาอย่างมีข้อมูล
ทำสัญญาอย่างรัดกุม
และโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง
เมื่อทุกขั้นตอนถูกวางแผนอย่างเป็นระบบ
การขายบ้านจะ จบจริง ปลอดภัย และได้ราคาที่ควรได้
หากคุณกำลังจะขายบ้าน
และไม่อยากพลาดในช่วงสำคัญของดีล
การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล
ตั้งแต่การตั้งราคา → เจรจา → วันโอน
จะช่วยให้การขายบ้านเป็นเรื่องง่าย และสบายใจมากขึ้น